KMPearl View my profile

Second week in Glasgow

posted on 08 Apr 2014 02:31 by hello-kim-jejung in MyDiarys directory Diary
 
 
สวัสดี นี่เข้าสัปดาห์ที่สองแล้ว
 
อะไรๆก็เริ่มลงตัวขึ้น ยกเว้นการเดินไปไหนมาไหนไกลๆ คือมันไม่ร้อนนะ อากาศเย็น เดินไม่เหนื่อย
 
แต่พอกลับมาแล้วขามันเดี้ยงสนิท ตอนนี้เจ็บเข่ามาก สงสัยว่าเส้นเอ็นอักเสบหรือเปล่า 
 
ตอนนี้ซื้อยากินละ ดีนะว่ายาตัวนี้ไม่ต้องใช้ไปสั่งแพทย์ 
 
ไม่งั้นต้องไปต่อคิว ค่าหาหมอฟรีนะ สำหรับนักศึกษา แต่ต้องต่อคิวรอ กว่าจะได้คิวตรวจคงหายพอดีอะ
 
เมื่อวันเสาร์ ได้ไปทัวร์รอบเมืองมาอีกรอบ หลังจากนั่ง Taxi tour กับปะป๊าไปแล้ว
 
คราวนี้นั่งกับเพื่อนๆที่เรียนตัวกัน เป็น City bus tour ราคานักศึกษา เพราะเป็นกิจกรรมของเด็กใหม่
 
ราคาอยู่ที่ 5 ปอนด์ ใช้ตั๋วได้ 3 วัน ถือว่าถูกมากๆ แต่ถ้าคนปกติจะขึ้นต้องจ่าย 12 ปอนด์นะ
 
 
(หน้าตาก่อนออกไปเที่ยว ดี๊ด๊ามาก ฮี่ๆๆๆ)
 
 
(กลบสิวอย่างเนียน 55555)
 
ระหว่างทัวร์ก็นั่งบนรถเมล์สองชั้น เสียบหูฟัง ฟังเขาบรรยายสถานที่ต่างๆในเมือง
 
มีหลายภาษามาก ทั้งอังกฤษ สเปน จีน บลาๆๆๆ หมดล่ะ ยกเว้นไทย 5555 น่าน้อยใจนัก
 
แต่เรามานี่เพื่อนมาเรียน เพราะงั้นภาษาอังกฤษก็ได้ ปล่อยเพื่อนๆจีนเค้าฟังภาษาเค้าไป
 
ถือเป็นโอกาสดีของเรา แต่จะบอกว่าไม่ค่อยได้ฟังเลย มัวแต่เมาท์กับเพื่อน >< 
 
คนขับรถก็ขับไปตามที่ ไปใน City centre มหาลัย สถานที่ทำงานอย่างสถานีโทรทัศน์ BBC Scotland 
 
 
(โรงแรม ดูน่าสะพรึงเบาๆ)
 
 
(ฺBBC Scotland)
 
 
(ฮอล์สำหรับจัดคอนเสิร์ต จะมีไม่กี่ที่ ที่มีตึกสมัยใหม่แบบนี้ สวยเนอะ)
 
 
(รถไฟฟ้า)
 
 
(Taxi บ้านเค้าน่ารัก มีสองสี ขาวกับดำ แต่ไม่รู้ต่างกันยังไง)
 
 
(นี่ตู้สำหรับ ทิ้งขยะรีไซเคิล)
 
 
(สถานีรถไฟ ที่หลักของเมือง)
 
 
(ด้านในก็มีร้านค้านะ ถ่ายไม่ค่อยทันรถวิ่งเร็ว)
 
 
(Bank of Scotland) 
 
 
ตอนผ่านจัตุรัสอะไรซักอย่างจำชื่อไม่ได้ มีม็อบด้วยจ้า แต่ดูดีกว่าบ้านเราเยอะ ไม่รู้เค้าประท้วงไรกัน
 
 
(นี่ผู้ประท้วงล่ะ เดินท่ามกลางสายฝนเลย)
 
 
(เค้าไม่ได้ส่งเสียงดังหรือเป่านกหวีดนะ 55555 แค่เดินถือป้าย)
 
 
(เห็นธงแดงไหม นั่นธงคอมมิวนิสต์นะ สรุปเลยไม่รู้ประท้วงไรไง งง)
 
 
(พยายามหาข่าวอ่านแต่ก็ไม่เจอ นี่ถ้าเป็นบ้านลงพาดหัวข่าวแล้ว)
 
 
(นี่เค้าเดินวนๆแถวจัตุรัสนะ มีตำรวจเยอะพอสมควร เค้าบรรเลงเพลงด้วยนะ)
 
 
(บรรยากาศเบาๆ)
 
 
อยากรู้เหมือนกันนะ แต่อ่านไปเค้าแล้วก็ไม่เข้าใจว่าต้องการอะไร
 
ตลอดการทัวร์นั้นฝนตกตลอดทางจ้า เป็นอะไรที่โชคร้ายมากๆๆ
 
 
(ห้างสรรพสินค้า จริงๆมีหลายที่นะ อยู่ใน City centre หมดล่ะ ห้างเค้าก็เหมือนเราแหละ มีทั้งตัวห้าง ทั้งพลาซ่า)
 
 
(อันนี้ที่ไหนก็จำไม่ได้อะ อันนี้ถ่ายตอนไปกับป๊านะ ฝนไม่ตก)
 
 
(นี่ก็ด้วย อยู่ติดกันนั่นแหละ แต่จำชื่อไม่ได้แล้ว)
 
 
(นี่เพื่อนที่เมาท์ด้วยตลอดทาง ชื่อ Bonnie เป็นสาวจีนจากทางเหนือๆหน่อย)
 
 
(บ้านเค้าก็มี Street Art นะ สวยด้วย)
 
 
(แต่ไอแบบเลอะๆเหมือนบ้านเราก็ใช่ว่าจะไม่มีนะ)
 
 
(แถวนี่เป็นบ้านคน)
 
 
(นี่โรงเรียนประถม กับ เตรียมอนุบาล)
 
 
ที่สุดท้ายที่ไปคือ Kelvingrove Art Gallery and Museum 
 
 
(ใหญ่มากนะ สวยมากด้วย)
 
 
(ถ่ายรูป)
 
 
ข้างในเหมาะกับเด็กๆมาก คือมีอะไรให้เรียนรู้เยอะมาก มันต่างจากที่อื่นที่เคยไปมานะ
 
ที่นี่หลากหลายมากเลย มีทั้งเกี่ยวกับสัตว์ อาวุธ เสื้อผ้า เครื่องปั่นดินเผา พืช อวกาศ เยอะมากจริงๆ
 
 
(อันนี้เกี่ยวกับอวกาศ)
 
 
(นี่ชุดเกราะที่ทำเรียนแบบสัตว์ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมมีสัตว์อยู่ในตู้)
 
ตอนบ่ายโมงมีการบรรเลงเพลงด้วย จะบอกว่าเพราะมาก เล่นด้วยออแกน เรียกอย่างนี้หรือเปล่า
 
เสียงเพลงเหมือน phantom of th opera อะ ที่ฟังแล้วขนลุกๆ 
 
 
(เสียงมันออกมาจากตรงนั้นล่ะ เห็นคนเสื้อฟ้าๆไหม คนนั้นเป็นคนบรรเลงเพลง)
 
 
(ดูบรรยากาศตอนกลางคืนนะ น่ากลัวเพราะไอไฟแดงๆนั่นแหละ -O- สยองเบาๆตอนเดินกลับหอ)
 
อาคารที่นี่หน้าตาเหมือนๆกันไปหมดเลย แยกไม่ออกหรอกว่านี่บ้าน หอพัก ห้องสัมนา โรงเรียน หรือ สำนักงาน
 
มันเป็นแบบเดียวกันหมด แม้กระทั่งโรงพยาบาลยังหน้าตาเหมือนวังเก่า 
 
อากาศที่นี่เย็น ชืด ฝนตก ไม่มีแดด ลมแรงแบบตัวปลิวได้เลย -O- เมื่อวันอาทิตย์ตัวจะปลิวมาแล้ว
 
เดินเป๋ปั้ดๆๆ ที่นี่มันสัญญาณให้กดเพื่อรอข้ามถนน แต่ถ้าถนนโล่งก็ไม่มีคนรอหรอก
 
ดูแล้วที่นี่คนก็ไม่ได้ระเบียบจัดเท่าไหร่ ขยะมีให้เห็นบ้างประปราย ไม่ได้สะอาดเนี้ยบ
 
คนที่นี่สูบบุหรี่จัดมากแม้ว่าบุหรี่จะแพง (เพื่อนบอกมา ^^) 
 
เด็กน้อยที่นี่ดูไม่หนาวเลย ในขณะที่เราตัวสั่น เด็กๆแก้มแดงแปร๊ดน่ารักมากๆ
 
มืดแล้วสินะ ช่วงนี่จะไม่มืดเลยจนกว่าจะสองสามทุ่ม ตอนหนึ่งทุ่มนี่สว่างมาก 
 
เพราะแบบนี้ทำให้เวลาชีวิตเสียมากๆ คือไม่รู้เลยว่าตอนนี้เค้าจะกลับหอหรือยัง เพราะฟ้ามันไม่มืด
 
เชื่อไหมว่าที่นี่แดดออกตอน ห้าโมงเย็น และหายไปในหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น เพลียมาก
 
และตอนที่แดดออกก็ฝนตก ให้ตัวชื้นเล่น ฝนที่นี่ไม่ตกตู้มแบบบ้านเราหรอกนะ 
 
ตกเหมาะแหมะพอให้รำคาญ ให้แว่นเลอะเล่นๆ
 
คือเพิ่งเห็นแดดได้สองวัน วันละชั่วโมงเดียว แอร๊ะ แย่จริงๆ
 
บรรยากาศชวนนอนหลับตลอดเวลา
 
 
(แดดวันนี้ ดีใจจัง)
 
 
(ที่เห็นนั่นมหาลัยนะ)
 
 
(เห็นท้องฟ้าสีฟ้าในรอบสองอาทิตย์นะ เพิ่งจะเห็นเมื่อวานกันวันนี้ นี่ตอน 5 โมงเย็นนะ เชื่อเถอะสว่างมาก)
 
สำเนียงคนที่นี่ฟังยาก มาครั้งแรกเงิบเลยจ้า ตอนนี้ก็ยังเงิบอยู่ต้องไปซื้อของใน super market 
 
แต่ถ้าพวกที่แบงค์ก็แย่นะ แต่พอฟังรู้เรื่อง บางทีต้องถามซ้ำ ก็คนมันฟังไม่รู้เรื่อง งื้อๆๆๆ
 
อาจารย์ที่นี่ก็สำเนียงฟังอยาก ต้องนั่งตั้งใจมาก หูนี่กางใหญ่เท่าไหร่ก็ไม่พอ 
 
อาหารแพงมากนะ ถ้าจะซื้อแบบลดราคา มันก็คือของใกล้หมดอายุน่ะ ต้องรีบๆใช้
 
อยู่บ้านกินแต่อาหารดีๆมานี่แล้วแบบ กินไรดีอะ
 
จะบอกว่าข้าวบ้านเราอร่อยสุดจริงๆ พอมากินข้าวของจีนแล้วแบบ มองหน้ากับเพื่อนคนจีนในหอ
 
แล้วแบบว่า ไม่อร่อยอะ 5555 ทั้งคู่เลย เพราะมื้อแรกข้าวหอมยังเหลือ ก็กินด้วยกัน 
 
มันหอมและอร่อยไง ตอนนี้หมด ตกลงกันแล้วว่า ครั้งหน้าซื้อข้าวหอมนะ ถึงจะแพงก็เหอะ
 
ราคาที่ไปดูที่ super market ที่ค่อนข้าวนานาชาติหน่อย ก็ 1 กิโลกรัม 4.5 ปอนด์ได้
 
ข้าวจากประเทศแกเห็นแล้วไม่อยากอาหารเลย กระด้าง ร่วน ไม่มีกลิ่นหอม หุงยากด้วย
 
แต่ตอนนี้ต้องกำจัดมันให้หมดก่อน อาจต้องใช้เวลาซักสองอาทิตย์ อยากจะชวนคนกินจุมาที่หอเลย ช่วยกินมันที
 
อีกอย่างจะบอกว่าหุงข้าวที่นี่ลำบากแท้ น้ำเย็นเจี๊ยบๆๆๆ กว่าจะได้กินเป็นชั่วโมง
 
พรุ่งนี้จะลองหุงน้ำร้อนดู หวังว่าจะเร็วขึ้น
 
 
(อาหารวันที่ป๊ายังอยู่ด้วย)
 
 
(ปกติอยู่บ้านไม่ต้องทำข้าวกินเองนะ ม่าทำ ไม่ก็แม่ทำ ข้าวขาวๆ หอมๆของเรา)
 
 
(แกงกะหรี่ อร่อยมาก)
 
 
(มีแกงกะหรี่อีกแล้ว ก็คนมันชอบกิน เพื่อนผัดผักแบบจีน แล้วก็นั่นนัตเก็ตเพื่อนอยากกิน)
 
 
มีเรื่องอีกเยอะที่เป็นอะไรที่ไม่เหมือนกับบ้านเรา อย่างการเรียนการสอน ห้องสมุด และอื่นๆ
 
 
(นี่ห้องเรียนจ้า เรียนกัน 13 คน ไม่เกิน 15 คนต่อห้อง)
 
 
(เพื่อนร่วมหอ ปะป๊า ณ ร้านอาหารไทย)
 
จะเล่าเท่าไหร่ถึงจะเข้าใจนะ ต้องลองมาอยู่เองล่ะมั้ง ^^ 
 
 
 
ปล.รักและคิดถึงแม่มากๆ ส่งโพสการ์ดไปให้ไปนึง ไม่รู้จะถึงเมื่อไหร่ ><!!!